ถึงแม้ว่ากรมพระคลังมหาสมบัติจะได้แยกออกไปจากกรมท่า และ มิได้อยู่ภายใต้ เสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2418 แล้วก็ตาม แต่กรมท่า ก็ยังคงมีส่วนราชการ ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงการต่างประเทศ หัวเมืองขึ้น และศาลอยู่ในสังกัด อีกจำนวนหนึ่ง
การโอนส่วนราชการ ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศ ไปสังกัดกระทรวง หรือ กรมอื่นได้เริ่มขึ้นโดยการโอนกรมอาสาใหม่ซ้าย - ขวา ไปสังกัดกระทรวงกลาโหม และ โอนกรมพระคลังราชการ กับ กรมพระคลังป่า จากไปสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ในปี พ.ศ. 2430
โอนศาลกรมท่ากลาง ศาลกรมท่าซ้าย ศาลกรมท่าขวา และศาลต่างประเทศ ไปสังกัด กระทรวงยุติธรรม ในคราวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกระทรวงนั้น เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2434
โอนหัวเมืองขึ้น 14 เมือง ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อคราวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแบ่งหน้าที่ ระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2437
โอนกรมท่าซ้ายไปสังกัดกระทรวงนครบาล เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2453 และ โอนกรมท่าขวาไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2470
ในการแปรสภาพกรมท่ากลาง ให้เป็นกระทรวงการต่างประเทศ ตามแนวทางบรรดาอารยประเทศนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์ วโรปการฯ ได้ทรงดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มจากการขอพระราชทานที่ทำการเสนาบดี และ ข้าราชการทุกคนแทนการใช้วัง หรือ บ้านของเสนาบดีเป็นที่ทำการ ซึ่งก็ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวังสราญรมย์ให้ใช้เป็นที่ทำการแห่งแรก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2428 โดยใช้ชื่อว่า "ศาลาว่าการต่างประเทศ" และ ยังไม่ใช้ชื่อว่า "กระทรวงการต่างประเทศ" ถึงแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการฯ จะทรงใช้ตำแหน่ง " เสนาบดีว่าการต่างประเทศ" แล้วก็ตาม สำหรับชื่อ "กระทรวงการต่างประเทศ" นั้นปรากฏว่าได้เริ่มใช้เมื่อ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยกเลิกระบบจตุสดมภ์ และ ทดลองใช้ระบบเสนาบดีสภาเมื่อปี พ.ศ. 2431 โดยกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหนึ่งในสี่กระทรวงแรกของแผ่นดิน และต่อมาในปี พ.ศ. 2435 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ระบบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการ 12 กระทรวง และเสนาบดีสภาเป็นการถาวร กระทรวงการต่างประเทศก็เป็น 1 ใน 12 กระทรวงดังกล่าว
สำหรับการจัดระบบการปฏิบัติราชการ ในศาลาว่าการต่างประเทศ และ กระทรวงการต่างประเทศนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการฯ ได้ทรงริเริ่มการใช้ ระบบสารบรรณ และ บรรณสารตามแบบสากล การใช้ระบบเงินเดือน การจัดทำทะเบียนประวัติ และ การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ของตำแหน่งต่าง ๆ ให้แน่ชัด กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีวิวัฒนาการมาโดยลำดับ จนถึงปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม : http://www.mfa.go.th/web/2680.php